เจ้าของจดหมาย เล่าเรื่องนางฟ้าตกเรือ คล้ายนิทาน หมอบี

~

~

เจ้าของจดหมาย เล่าเรื่องนางฟ้าตกเรือ คล้ายนิทาน หมอบี

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมาก สำหรับ อาจารย์เจ จักรรินทร์ รังสิมันตุ์ธนากร ที่ก่อนหน้านี้ ได้ออกมาเปิดเผยตัวตนว่า ตนคือผู้ที่นำ ผลไม้ ส้ม ชมพู่ ดอกบัว และ พวงมาลัย 4 พวง พร้อมบทสวดศาสนาคริสต์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวถึง คดีนางฟ้าตกน้ำ ว่า ลุกมาฟังนางฟ้าขอร้อง แต่ติดอยู่เพียงแค่เปลือก ผมจะพูดไปทำไม

~

~

เพราะทุกคนเห็นเป็นเรื่องสนุก ทุกคนไม่สนใจว่าเธอโดนย้ำยีศักดิ์ศรีบนเรือ ขอแค่ออกมายอมรับว่าทำอะไรก่อนตกเรือ เธอขอให้ยอมรับแค่นั้น ถือว่าทำเพื่อเธอครั้งสุดท้าย ผู้ชาย 2 คน ผู้หญิง 1 คน ทำไม่ได้หรอ แลกกับการจากไปของเธออย่างสงบ ล่าสุด อ.เจ เจ้าของเครื่องไหว้ ได้เคลื่อนไหวอีกครั้งถึงเรื่องนี้ ซึ่งดูท่าว่าคราวนี้จะระบุเล่าเรื่องอย่างละเอียดเลยว่า

~

~

เกิดอะไรขึ้นบนเรือว่า ไม่รู้ไม่เห็นอีกหรอ ไหนละคำว่าเพื่อน มาจับผมเลย ผมรักษาคำพูด จะช่วยก็ช่วยถึงที่สุด ตัวตายไม่เสียดายหรอก” ก่อนที่จะโพสต์ข้อความภาพเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า ประกบซ้ายขวา มีชายคนหนึ่งโอบไหลประชิดตัว คนซ้ายมือคือเพื่อนผู้ชายแล้วผู้หญิงคนสนิทกับนางฟ้าก็คุยเรื่องการรับงาน นางฟ้าปฏิเสธ จับมือผู้ชายคนหนึ่งออกจากไหล่

~

~

ผู้หญิง 2 คนบนเรือ ก็มองปกติไม่ช่วยเหลืออะไร แต่เพื่อนคนสนิทก็โมโห ผู้หญิงอีกคนเริ่มกลัว แล้วผู้ชายคนมือขวาโอบกอดอีกครั้งหนักกว่าเดิม จนนางฟ้าใช้มือซ้ายกระชากหลังหัวไหล่ บรรยากาศเริ่มแย่ลงนางฟ้าบอกว่า กลับเถอะ นางฟ้าอยากกลับแล้ว ชาย 2 คนก็พยายามคว้ามือ นางฟ้าสะบัดออก เดินชนไหล่ผู้หญิงคนสนิทไปท้ายเรือ

~

~

เพื่อนสนิทนั่งลงด้วยความโมโหแล้วพูดว่า จะอะไรกันหนักหนาวะ ทำยังกับหาเงินได้ง่ายๆ แค่นิดหน่อยทำเป็นเรื่องใหญ่ แล้วนางฟ้าก็เดินไปท้ายเรือ ส่วนกับเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งหันหน้าไปท้ายเรือ แล้วเพื่อนคนนั่งท้ายเรือถามว่า ไปไหน นางฟ้าตอบไปแบบส่งๆ ว่า ปวดฉี่ เพื่อนคนที่นั่งอยู่ก็นอนหงายหลังลง เสียงผู้ชายบอกว่า เลี้ยวเรือกลับ

~

~

พอเรือเลี้ยวกลับแล้ว ก็ขับเบาๆ หญิง 1 ชาย 2 ก็คุยกันอย่างเคร่งเครียด ส่วนท้ายเรือนางฟ้ากำลังย่อตัวนั่งลง แล้วเรือก็เริ่มความเร็วเล็กน้อย แต่แล้วมีผู้ชายคนที่กอดไหลคนนั้น กำลังเดินไปหานางฟ้าอีกครั้ง นางฟ้าจึงรีบนั่งลงอย่างเร็ว บอกว่าจะฉี่อย่าเข้ามา มือซ้ายจับขาเพื่อน แล้วเท้าซ้ายลื่นมือขวาขว้ากราบเรือ ตะโกนว่า

~

~

ช่วยด้วย ร่างนางฟ้าก็หล่นลงในน้ำ นางฟ้าตะเกียกตะกาย ชาย 2 คนตกใจ แต่เพื่อนสนิทก็นั่งดู การผุดขึ้นลง 2 ครั้ง แล้วเรือก็คังคลึกๆ แล้วร่างนางฟ้าก็จมลง ภายใต้การนั่งมองของเพื่อนใจเย็นชา แล้วเรือก็ขับออกไป ห่างประมาณ 2 เมตร แล้วทุกคนค่อยวนมาตามหานางฟ้า แต่ช้าไปแล้ว นางฟ้าพยายามแหวกว่ายหาทางเข้าฝั่งด้านซ้าย

~

~

ด้วยเลือดไหลออก เจ็บปวด หาที่จับ” ทำให้มีชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายคนมีมองว่า เรื่องที่ อ.เจเล่านั้น คล้ายคลึงกับ นิทานของหมอบี ทูตสื่อวิญญาณ ที่ได้เล่าใน ช่องยูทูป GhostAmbassador โดยช่วงตอนหนึ่ง หมอบี ทูตสื่อวิญาณ ระบุว่า “คือผมไม่ยุ่งเรื่องคดีอยู่แล้ว ผมเชื่อว่าทุกคนในประเทศ

~

~

และคนต่างประเทศเห็นแล้วมันสะเทือนใจ มันสะเทือนแน่นอนว่า เฮ้ย มันจริงหรอ มันขนาดนี้เลยหรอ มันไม่ใช่แบบอุบัติเหตุ โรคภัยไข้เจ็บ หรืออะไรอย่างนี้เนอะ แต่นี่มันแบบ อุ้ย ตายละ เผลอพูดไปละ ลองนึกถึงว่า มีเรื่องราว เรื่องราวหนึ่งเกิดขึ้น คนคนนั้นไม่ได้รู้สึกพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะไม่รู้มาก่อนว่าจะโดนเอาไปทำอะไรยังไง

~

~

เจตนาของคนที่ไปทำ ที่พาไป ไม่ได้เจตนาถึงแบบว่าจะต้องเอาไปทำร้ายถึงชีวิต ไม่ใช่ แต่เพื่อเอาไปให้ใครสักคน แบบนี้ เจ้าตัวรู้ก็ไม่พอใจ พอไม่พอใจ ไม่รู้ว่าจะทะเลาะกัน หรืออะไรกัน จะตีกัน ผมก็ไม่รู้อีก พอมันเกิดเหตุการณ์พลาดพลั้ง ทะเลาะ ตี หรือเปล่าไม่รู้ พอมันเกิดความผิดปกติ พลาดแล้วก็มีใครมาบอกว่าปล่อยไป

~

~

จัดการไป อย่าให้เรื่อง อย่าให้เรื่องมันยาว เดี๋ยวเรื่องก็เงียบไปเอง สักพักคิดว่าไม่ดี กลับมาหาดีกว่า หรือทำให้เรื่องมันดูเป็นอุบัติเหตุดีกว่า อะไรอย่างนี้ มันก็ไม่รู้ไง พลาด เสีย พอเสียปุ๊บ ก็จะเห็นว่า จะบอกว่าทุกวินาที เรื่องเวลา เรื่องไปคุยกัน เรื่องนู่นนี่นั่น ผิดปกติทุกเรื่อง  อย่างไรก็ตาม หมอบี ยังได้ระบุทิ้งท้ายว่า ไม่ว่านิทานเรื่องนี้มันจะจริงไม่จริง

~

~

ขอออกตัวก่อนว่าอย่าเชื่ออะไรผม ไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นยังไงก็ตาม สุดท้ายแล้ว เชื่อเถอะว่าต่อให้เจ้าหน้าที่ หรือผลจะออกมายังไง ไม่ว่ากฎหมายจะทำงานยังไง สิ่งหนึ่งที่ไม่มีทางหนีพ้นเลยคือ กฏแห่งกรรม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น กฎแห่งกรรมตามเราไปตลอด กฎแห่งกรรมไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเจ้ากรรมนายเวร คุณจะไม่มีทางลืมเรื่องนี้ไปได้เลยจนวันตาย เปรียบเสมือนเงาตามตัว

~

~

เรียบเรียงโดย ทีมงาน siamnews

~

~

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *